top of page

St George the Martyr

14 เม.ย. 2568
ยาว 1 นาที


ปิดท้าย Landmark สุดท้ายบนถนน Borough High Street ด้วยโบสถ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจในลอนดอน โบสถ์ St George the Martyr หนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาด โบสถ์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ทางศาสนา แต่ยังเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์สำคัญและเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย​​


📜 จากโบสถ์ยุคกลางสู่สถาปัตยกรรมจอร์เจียน


โบสถ์ St George the Martyr มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 900 ปี โดยมีการกล่าวถึงครั้งแรกในปี ค.ศ. 1122 เมื่อ Thomas de Ardern และบุตรชายได้มอบโบสถ์นี้ให้กับ Abbey of Bermondsey  ในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 โบสถ์ได้รับการบูรณะใหม่ และในปี ค.ศ. 1733 โบสถ์เก่าได้ถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างใหม่ที่ออกแบบโดย John Price ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์จอร์เจียนที่เราเห็นในปัจจุบัน


🏰 จุดเชื่อมโยงกับวรรณกรรมของ Charles Dickens


โบสถ์แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับนักเขียนชื่อดัง Charles Dickens อย่างใกล้ชิด เนื่องจากบิดาของเขาเคยถูกคุมขังในเรือนจำ Marshalsea ที่อยู่ใกล้เคียง  Dickens ได้ใช้โบสถ์นี้เป็นฉากในนวนิยายเรื่อง "Little Dorrit" โดยมีตัวละครหลัก Amy Dorrit หรือ "Little Dorrit" เกิดและเติบโตในเรือนจำ Marshalsea และมีความเกี่ยวข้องกับโบสถ์ St George the Martyr อย่างลึกซึ้ง


⛪ สถาปัตยกรรมและการบูรณะ


โบสถ์ปัจจุบันสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1734-1736 โดยใช้เงินทุนจากคณะกรรมการสร้างโบสถ์ห้าสิบแห่งในยุคควีนแอนน์ จำนวน £6,000  โครงสร้างเป็นอิฐแดงประดับด้วยหิน Portland มีหอระฆังและยอดแหลมที่โดดเด่น ภายในโบสถ์มีเพดานที่ออกแบบโดย Basil Champneys ในปี ค.ศ. 1897 และได้รับการบูรณะหลังจากความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สอง


🌟 ปัจจุบัน โบสถ์ St George the Martyr ยังคงเป็นศูนย์กลางของชุมชนในย่าน Borough มีการจัดกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ โบสถ์ยังเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมและเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของสถานที่แห่งนี้​


โบสถ์ St George the Martyr ไม่เพียงเป็นสถานที่ทางศาสนา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวรรณกรรมของลอนดอน หากคุณมีโอกาสได้เยือนลอนดอน การแวะชมโบสถ์แห่งนี้จะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ





ความคิดเห็น


bottom of page